ชะอม

ชื่อไทย: ชะอม
ชื่ออังกฤษ: Tropical Acacia
ชื่อวิทยาศาสตร์: Acacia pennata (L.) Willd.

เพราะมีหนามที่ลำต้น และแตกยอดอ่อนให้กินได้ตลอดทั้งปี หลายบ้านจึงนิยมปลูกชะอมเป็นรั้วแทนการก่ออิฐหรือล้อมลวดหนาม แถมกลิ่นฉุนๆ หอมๆ ของมัน เอาไปทอดกับไข่ กินกับน้ำพริกกะปิ คือคู่ขาที่เข้ากันสุดๆ

ชะอมมีวิตามินเอ (Vitamin A) สูง ดีต่อสายตาแน่ๆ และยังมีเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังช่วยระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลม และก็เป็นผักที่มีสารพิวรีน (Purine) สูง ซึ่งเจ้าสารนี้เมื่อย่อยสลายจะกลายเป็นกรดยูริก (Uric Acid) ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับคนเป็นโรคเกาต์ จึงต้องระวังในการกิน

การเลือกซื้อ

ชะอมในท้องตลาดมักมัดเป็นกำด้วยกาบกล้วยและตอก แล้วรดน้ำให้ชุ่มตลอดเวลาเพื่อให้ดูสดอยู่เสมอ เวลาเลือกจึงควรสังเกตให้ดีว่ากำนั้นๆ ไม่มียอดที่เน่า นอกจากนี้ สภาวะชื้นๆ อาจมีเชื้อซาลโมเนลล่า (Salmonella) แบคทีเรียที่อยู่ในสภาพแวดล้อม และอาจปะปนมากับดิน น้ำ หรือปุ๋ยคอก ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษและท้องร่วงรุนแรงได้

และแม้จะมียอดให้เก็บตลอดปี แต่หลายบ้านไม่นิยมกินชะอมหน้าฝน เพราะมีรสเปรี้ยวปลายลิ้นตามรสมันๆ และกลิ่นฉุนๆ มาด้วย

วิธีล้าง

ล้างด้วยแช่ในน้ำผสมเบกกิ้งโซดา อัตราส่วน 10 : 1 สัก 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำไหล 2 นาทีก่อนนำไปปรุงสุก เพื่อเลี้ยงเชื้อซาลโมเนลล่าที่อาจปนเปื้อนมาในกำชะอม

วิธีกิน-วิธีปรุง

ล้างให้สะอาด เด็ดยอดอ่อนและรูดใบที่เหลือออกจากก้าน ก่อนนำไปปรุงอาหาร เช่น ลวกจิ้มน้ำพริก (หรือจะราดกะทิเพื่ิมความข้นมัน และช่วยละลายวิตามินเอให้ร่างกายดูดซึมได้ดี) ทำเป็นชะอมไข่ทอดกินกับน้ำพริกกะปิ นำไปใส่แกงส้ม (หรือเอาชะอมไข่ทอดใส่แกงส้มก็ได้) และที่ท้าทายคนชอบกินของฉุน คือนำไปผัดกับวุ้นเส้น สะตอ และกะปิ กลายเป็นเมนูผัดสามเหม็นที่อร่อยลิ้นกลิ่นฉุนดีนัก

ที่มาข้อมูล