เผือก

ชื่อไทย: เผือก
ชื่ออังกฤษ: Taro
ชื่อวิทยาศาสตร์: Colocasia esculenta

เผือกเป็นพืชหัวใต้ดินที่นิยมนำมาทำอาหารทั้งคาวหวาน ในไทยนิยมกินเผือกหอมเป็นหลัก เพราะมีหัวขนาดใหญ่ มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ เนื้อเนียนและมีรสชาติถูกปาก สามารถนำไปทำอาหารได้ทั้งแบบหัวสดและแบบที่แปรรูปเป็นแป้งแล้ว เผือกมีคาร์โบไฮเดรตสูง ให้พลังงานมาก มีกากใยมากทำให้อยู่ท้อง ไม่หิวบ่อย นับเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องควบคุมปริมาณการกินให้เหมาะสม และไม่ใช่อาหารลดน้ำหนักแต่อย่างใด

นอกจากคาร์โบไฮเดรตแล้ว เผือกยังมีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม พร้อมทั้งวิตามินและสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด จึงเป็นพืชที่ให้พลังงานและบำรุงสุขภาพได้ดี ในทางแพทย์แผนจีนยังถือว่าเผือกสามารถใช้เป็นยาลดไข้ ยาบำรุงลำไส้ และแก้อาการท้องเสียได้อีกด้วย แม้จะมีประโยชน์มากมายแต่ก็ต้องระวังเรื่องสารแคลเซียมออกซาเลต (Calcuim Oxalate) ที่อยู่ในเผือกดิบ ซึ่งหากกินเข้าไปจะทำให้คันและเป็นพิษ เมื่อจะทำอาหารหรือขนมจากเผือกก็ต้องปรุงให้สุกที่สุดเพื่อความปลอดภัยของคนกินด้วย

การเลือกซื้อ

เลือกหัวเผือกสดใหม่ที่จับดูแล้วมีน้ำหนักกลางๆ ไม่หนักเกินไป ผิวเรียบ หัวแน่น เมื่อกดแล้วเนื้อไม่ยุบตามมือ ไม่มีรอยแมลงเจาะ จะได้เผือกที่ไม่แก่ เนื้อเนียน เมื่อนำมาปรุงอาหารจะได้เผือกทีมีเนื้อร่วนซุย ฟู นิ่ม หากเลือกเผือกที่หั่นมาสำเร็จแล้ว ให้เลือกเผือกที่มีเส้นใยสีม่วงอยู่มากๆ จะดีที่สุด

วิธีล้าง

เลือกหัวเผือกสดใหม่ที่จับดูแล้วมีน้ำหนักกลางๆ ไม่หนักเกินไป ผิวเรียบ หัวแน่น เมื่อกดแล้วเนื้อไม่ยุบตามมือ ไม่มีรอยแมลงเจาะ จะได้เผือกที่ไม่แก่ เนื้อเนียน เมื่อนำมาปรุงอาหารจะได้เผือกทีมีเนื้อร่วนซุย ฟู นิ่ม หากเลือกเผือกที่หั่นมาสำเร็จแล้ว ให้เลือกเผือกที่มีเส้นใยสีม่วงอยู่มากๆ จะดีที่สุด

วิธีกิน-วิธีปรุง

เผือกเป็นพืชหัวที่อยู่ในเมนูไทยจีนอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารคาวอย่างหัวปลาต้มเผือก ข้าวอบเผือก กระทงเผือกทอดกรอบสำหรับใส่อาหารตระกูลผัดให้สวยงามน่ากินยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเมนูเผือกก็ย่อมจะต้องพูดถึงเมนูของหวาน ของกินเล่น อย่างเผือกกวน เผือกหิมะ เผือกฉาบ และเมนูขนมไทยทั้งหลายที่ปรุงรสหวานมันของเผือกเพิ่มเข้าไป อย่างบัวลอยเผือก ตะโก้เผือก เผือกแกงบวด และขาวเหนียวปิ้งไส้เผือกหอมมันที่มีกลิ่นเผือกเป็นเอกลักษณ์ประจำเมนู

ที่มาข้อมูล