ดอกกระเจี๊ยบแดง

ประเภท:
ฤดูกาล:

ชื่อไทย: ดอกกระเจี๊ยบแดง
ชื่ออังกฤษ: Rosella
ชื่อวิทยาศาสตร์: Hibiscus sabdariffa Linn.

ดอกไม้รสเปรี้ยวที่มีต้นกำเนิดจากซูดาน จนถูกนำไปปลูกในอีกหลายพื้นที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยที่กรมประชาสงเคราะห์นำเข้ามาปลูกในปี พ.ศ. 2510 กลีบดอกของกระเจี๊ยบที่จริงแล้วเป็นกลีบบาง สีขาว เมื่อกลีบดอกร่วงแล้วจะเหลือกลีบเลี้ยงสีแดงเข้มที่จะห่อหุ้มเมล็ดไว้ ซึ่งเป็นส่วนที่มีรสเปรี้ยว เนื้อหนา มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สารสีแดงที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดอุดตันในสมองและโรคหัวใจ

นอกจากสีแดงแล้ว รสเปรี้ยวของกระเจี๊ยบก็เต็มไปด้วยประโยชน์เช่นกัน เพราะความเปรี้ยวจากกรดอินทรีย์ ในตำรายาไทยจึงใช้กระเจี๊ยบเป็นยาแก้อาการขัดเบา ขับเสมหะ แก้ไอ แก้อ่อนเพลีย แก้กระหายน้ำ และบำรุงธาตุ นอกจากนี้แล้วรสเปรี้ยวยังหมายถึงวิตามินซีปริมาณมาก ที่จะช่วยป้องกันอาการเลือดออกตามไรฟัน และเป็นยาระบายอ่อน ๆ ตามธรรมชาติอีกด้วย

การเลือกซื้อ

กระเจี๊ยบแดงจะออกดอกไม่พร้อมกัน แต่ดอกกระเจี๊ยบสามารถเก็บได้ทั้งแบบตูม แบบบาน และแบบที่ร่วงจากต้นแล้ว แต่ดอกแก่เช่นดอกที่ติดลูกแล้ว ดอกบาน หรือดอกที่ร่วงจากต้นจะให้รสเปรี้ยวมากกว่า หากต้องการนำไปทำน้ำกระเจี๊ยบ แยมกระเจี๊ยบ หรืออาหารอื่นๆ ที่เน้นรสเปรี้ยวควรเลือกดอกแก่ที่บานและมีสีเข้มจะดีที่สุด

วิธีล้าง

ดอกกระเจี๊ยบสดมักไม่ค่อยมีฝุ่นมาก จึงสามารถล้างด้วยวิธีสรงน้ำหรือเปิดน้ำผ่านเป็นเวลา 1-2 นาทีโดยไม่ต้องแกะกลีบดอก สะเด็ดน้ำให้แห้งแล้วจึงนำไปกระกอบอาหารหรือแปรรูปต่อ ส่วนดอกกระเจี๊ยบแห้ง ให้ใช้วิธีใส่กระชอนหรือตะกร้า เปิดน้ำผ่านและเขย่าให้ทั่วถึง แต่ระวังอย่าแช่ดอกกระเจี๊ยบแห้งในน้ำนาน ๆ เพราะจะทำให้รสชาติดอกกระเจี๊ยบเสียไป

วิธีกิน-วิธีปรุง

ดอกกระเจี๊ยบแดงมีเมนูยอดนิยมเป็นน้ำกระเจี๊ยบรสหวานอมเปรี้ยว แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว รสเปรี้ยวอมหวานของดอกกระเจี๊ยบยังเหมาะจะทำเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแยมกระเจี๊ยบ ดอกกระเจี๊ยบแช่อิ่ม หรือจะเป็นของคาวอย่างแกงส้มดอกกระเจี๊ยบ ยำดอกกระเจี๊ยบ พล่าดอกกระเจี๊ยบ รวมถึงบางคนยังพลิกแพลงเอาดอกกระเจี๊ยบไปใส่ในเมนูข้าวยำทำให้ได้รสเปรี้ยวสดชื่น และยังช่วยเพิ่มสีสันให้กับอาหารจานสวยเมนูนี้อีกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ที่มาข้อมูล