ผักกาดแก้ว

ชื่อไทย: ผักกาดแก้ว
ชื่ออังกฤษ: Iceburg Lettuce
ชื่อวิทยาศาสตร์: Lactuca sativavar var. capitata

ผักสลัดยอดฮิตที่ใครๆ ก็ชอบเพราะมันไม่มีรสขมและกลิ่นเขียวๆ เหมือนเพื่อนร่วมชาม แถมยังมีแร่ธาตุสูง แคลเซียม (Calcium) เด่น ฟอสฟอรัส (Phosphorus) เหล็ก และวิตามินซี (Vitamin C) แน่น นอกจากดีกับทุกคน ยังเหมาะอย่างยิ่งกับคุณแม่ตั้งครรภ์และผู้ป่วยโรคโลหิตจาง แถมยังมีคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) ต่ำมาก ผู้ป่วยโรคเบาหวานกินผัดกาดแก้วได้อย่างสบายใจ

แถมท้ายข้อมูลด้วยเกร็ดสนุกๆ เกี่ยวกับชื่อ Lettuce ในภาษาละตินนั้น แปลว่าน้ำนม ซึ่งมาจากยางสีขาวน้ำนมที่ออกมาเวลาหั่นหรือเด็ดผักกาดนั่นเอง

การเลือกซื้อ

วิธีสังเกตว่าผักกาดแก้วยังสดและกรอบ ให้เลือกจากหัวที่มีใบสีเขียว ดูสด ไม่มีรอยช้ำ และตัวใบยังติดกับโคนแน่น อย่าลืมพลิกดูรอยตัดที่ก้านว่ายังสดอยู่

วิธีล้าง

ล้างผ่านน้ำเพื่อให้เศษดินที่อาจติดอยู่ตามซอกใบออกให้หมด แล้วแช่ในน้ำผสมเบกกิ้งโซดา อัตราส่วน 10 : 1 สัก 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำไหล 2 นาทีให้หมดรสเฝื่อน จากนั้น ให้ราดน้ำเย็นเพื่อให้ผักกาดแก้วกรอบยิ่งขึ้น ซับให้แห้งหรือใส่ตะกร้าสลัดน้ำจากผัก ก่อนนำไปรับประทาน

วิธีกิน-วิธีปรุง

“ผักกาดแก้วสามารถกินสดๆ ได้ หน้าที่หลักของมันคือผักสลัดให้ความกรอบ สดชื่น และมีรสขมน้อยกว่เพื่อนพ้องผักสลัดด้วยกัน แต่จะนำไปแกล้มลาบ กินกับน้ำพริกก็เข้ากันดี

ถ้าอยากนำไปปรุงผ่านความร้อน อาหารประเภทผัด เช่น ผัดน้ำมันหอยหรือฉ่าน้ำปลา ควรผัดเร็วๆ พอสะดุ้งไฟ หรือจะนำไปทดแทนกะหล่ำปลีในเมนูต่างๆ เช่น หมูห่อผักกาดแก้วนึ่ง ใส่ในซุป หรือก๋วยเตี๋ยวก็ได้

ที่มาข้อมูล

  • สารานุกรมผัก ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์